พึ่งพา ...เมื่อไรกัหนาจะหลุดพ้น (ความสุข ikiadbanna@gmail.com 1045 น.)
ออกจากบ้านแต่เช้าถึงที่ทำงานตามเวลาปฏิบัติงานปกติ วันนี้อากาศในกรุงเทพฯ ยังสบายๆ ไม่ร้อน การจราจรปกติรถไม่ค่อยมาก เป็นอีกวันหนึ่งที่น้ำมันลดราคาลง ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้างที่เวลาเข้าสถานบริการน้ำมันได้ปริมาณเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย ถ้าใครเติมวันนี้ แต่ก็นั่นแหละ ตราบใดที่เรายังต้องพึ่งพาสิ่งที่เรายังหาเอง ผลิตเองไม่เพียงพอกับความต้องการภายในประเทศและยังไม่ถึงกับขาดแคลน เราก็ยังต้องระวัง และเตือนตัวเองในการบริโภค
น้ำมันเป็นผลิตภัณฑ์ที่มนุษย์ดัดแปลงธรรมชาติที่อยู่ใต้ผืนโลกเป็นล้านล้านปี เพื่อนำมาสนองความต้องการตัวเองทุกทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น การผลิตไฟฟ้า น้ำประปา การคมนาคม แค่ตัวอย่างข้างต้นก็พอจะครอบคลุมวิถีชีวิตของคนทุกคน คงไม่มีใครใช้เตาถ่านหุงข้าว ใช้เตารีดแบบโบราณรีดผ้า ใช้พัดโบกเวลาร้อนแทนพัดลมหรือแอร์ เดินด้วยเท้าไปทำงาน (ยกเว้นมีที่พักติดกับที่ทำงาน) ถ้าสมมติว่ามีนักวิทยาศาสตร์ นักค้นคว้าไม่ว่าจะสาขาใดก็ตามที่สามารถคิดพลังงานทดแทนน้ำมันและนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้เบ็ดเสร็จโดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันอีกต่อไปนักคิด หรือกลุ่มนักค้นคว้าเหล่านั้นคงจะเป็นวีรบุรุษวีรสตรี เหมือนพระมาโปรด หรือพระนารายณ์อวตารลงมาช่วยโลกมนุษย์ให้พ้นจากวิกฤติอย่างแน่นอน ไม่รู้สิว่าคนเราต้องพึ่งพาเจ้าน้ำมันนี่ตั้งแต่เมื่อไร ทำไม และต่อไปหากมันหมดไปจากโลกนี้แล้วเราจะคิดค้นพลังงานทดแทนได้ทันหรือไม่ ก็ได้แต่ตั้งคำถามซึ่งในช่วงชีวิตของเราอาจไม่ได้คำตอบ
แต่ที่แน่แน่ ตั้งแต่เกิดมามนุษย์เป็นสัตว์โลกที่พึ่งตัวเองไม่ได้เลย ไม่เหมือนสัตว์ป่า สัตว์หน้าขน หลายประเภทที่เกิดมาก็เดินได้เอง เดินตามผู้ที่ให้กำเนิดไปหากินได้แล้วเพียงแต่ต้องคลอเคลียอยุ่ใกล้ๆ เท่านั้น ธรรมชาติมนุษย์ต้องอาศัยสิ่งอื่นในการดำรงชีวิตจึงเกิด การคิดค้น การริเริ่มทำในวิทยาการหลากหลายสาขา ก็เพื่อดัดแปลง เอาชนะธรรมชาติ เพื่อมารับใช้ในการดำรงอยู่ของมนุษย์ กิน อยู่ หลับ นอน รักษาโรค นับว่าสมองหรือกลไกทางความคิดของมนุษย์เป็นอะไรที่มหัศจรรย์มาก แต่ ณ วันนี้ ผมคิดว่าคงจะถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องใช้ความสามารถทางสมองอันแยบยลของเราช่วยตัวเอง พัฒนาตัวเองให้อยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันหรือเทคโนโลยี หรือทำให้อยู่ได้โดยการดัดแปลงธรรมชาติเพื่อจะมาใช้ดำรงชีวิตให้น้อยลงซึ่งก็เป็นแค่แนวคิดน่ะนะ (ฮาๆๆ ซึ่งก็คงมีใครใครคิดอยู่แล้วล่ะ)
เอาเป็นว่า ตอนนี้เราแค่ลดการใช้พลังงานกันให้น้อยลงกันก่อนที่จะไปคิดอะไรไกลไกลเลย
แค่คิดลดการใช้น้ำมันลง เดินทางไปทำงานก็หาวิธีไปทางเดียวกันรถคันเดียวกัน ที่ทำงานอยู่ตึกไม่เกินสี่ห้าชั้น ก็ใช้เท้าเดินขึ้นบ้าง (ไม่ต้องพึ่งลิฟท์) และก็ฝึกอบรมลูก หลาน หรือคนรุ่นใหม่ให้รู้จักประหยัด หัดช่วยตัวเอง ให้เขาคิดให้ได้ว่าเทคโนโลยีที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกเท่าที่จำเป็นเท่านั้นไม่ใช่ว่าจะขาดไม่ได้ บางทีเราต้องหันกลับไปค้นคว้าหรือศึกษาวิถีชีวิตของคนโบราณกระมังว่าเขาใช้ชีวิตอย่างไร กิน เดินทางยังไง คลายร้อน ด้วยวิธีไหน บางทีคำตอบของคนยุคปัจจุบันในยุควิกฤติการพึ่งพาพลังงานอาจค้นหาได้จากวิถีชีวิตของบรรพบุรุษ เราก็ได้แต่แล้วใครจะเป็นคนหันกลับไปค้นไปหาล่ะ คงต้องฝากเป็นคำถามให้คนช่างคิด ช่างค้นทั้งหลายแล้วกัน
--------------------------